kj

ความเป็นมาของคณิตศาสตร์

 
 
 
ความเป็นมาของคณิตศาสตร์











 
 
 
การขีดเขียนนี้สามารถบ่งบอกจำนวนได้ แต่ไม่สามา
รถบ่งบอกได้ว่าเป็นสิ่งของชนิดใดหรือ เป็นจำนวนของอะไร
แต่มนุษย์จำเป็นที่ต้องสื่อสารอ้างถึงจำนวนของสิ่ง
ต่าง ๆและบ่งบอกด้วยว่าเป็นสิ่งของชนิดใด ปัญหานี้บางชน เผ่า ได้ใช้
ก้อนดินเหนียว ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ
เพื่อแทนของ สิ่ง นั้นๆ
ก้อนดินเหนียวที่เก่าแก่ที่สุดก็มีอายุอยู่ในช่วง 8,000
ปีก่อนคริสต์ศักราชไม่นานหลังจากที่มนุษย์เริ่มทำการเกษตรกรรม และ เริ่มมีความจำเป็นในการวางแผนการ
เพาะปลูก การกักตุนเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูกในอนาคตในการวางแผนเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องรู้ปริมาณ
ของที่มีเก็บไว้ด้วย ก้อนดินเหนียวเหล่านั้นจึงได้ถูกนำมาใช้
เวลาผ่านไปนับพันปี สังคมของมนุษย์เริ่มเจริญขึ้นพร้อมกับความซับซ้อนของสังคมของชนเผ่าสุเมอเรียน
(Sumerians) จึงได้มีการพัฒนาเหรียญรูปแบบ ต่างๆ มาแทนดินเหนียวและ ในช่วงเวลาประมาณ3,300 ถึง3,250
ปีก่อนคริสต์ศักราช ได้มีการพัฒนาระบบตัว เลขขึ้น โดยใช้การขีดเส้นบนเหรียญ เพื่อบ่งบอกจำนวนปริมาณของๆ
ที่เหรียญใช้แทน

        หลังจากนั้น ประมาณ ช่วง 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปส์ (Egyptians)ได้ใช้การสังเกตอย่างชาญฉลาด
พัฒนา วิทยาศาสตร์ของตัวเลขขึ้นเช่นคุณสมบัติของการบวก การลบ พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาระบบเรขาคณิต

(Geometry)เช่นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และที่สำคัญปิรามิด ท่านฟาโรห์ก็ได้ใช้ความรุ่งเรือง ทางคณิตศาสตร์ของชาวอียิปส์ ในการสร้างสุสารปิรามิด เพื่อแสดงถึงอำนาจอัน
ยิ่งใหญ่ของตนเอง
ประมาณปี 650 ปีก่อนคริสต์ศักราช ก็ได้มีนักคณิตศาสตร์ ชื่อ อาเมส (Ahmes)ได้บันทึกการคำนวณ บวกลบ
เลข หรือ พีชคณิต
(Arithmetic)ไว้ในกระดาษปาปิรุสให้เราได้อ่านกัน ด้วยเหตุนี้ นายอาเมสจึงได้รับชื่อ เป็นนักคณิต
ศาสตร์ที่มีการบันทึกผลงานเป็นคนแรกของโลก
เช่นเดียวกับกษัตริย์ของชาวมายา (Mayan)ที่อาศัยความสามารถอัน
เฉลียวฉลาด ทางคณิตศาสตร์ของนักบวช ในการแสดงอำนาจ และ บารมีให้ชนชาวมายาได้เกรงกลัวกัน การแสดงอำ
นาจนี้ รวมไปถึงการทำให้ท้องฟ้าตอนกลางวันมืดมิดกลางวันกลายเป็นกลางคืน หรือ การบอกช่วงที่ควรเริ่มทำการ
เพาะปลูก สิ่งเหล่านี้ทำได้ เพราะนักบวชชาวมายาได้ผลิตปฎิทิน ที่มีความแม่นยำสูง สามารถทำนายสุริยุปราคาและ
เหตุการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าได้

ในช่วงปี 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึง ค.ศ. 300 ก็เป็นยุคของนักคณิตศาสตร์ชาวกรีก (Greek) วิชาเลขในช่วงนี้ก็
   ได้นำเอาตัวเลขที่มีอยู่ไปใช้ในการวัดความยาวของสิ่งต่างๆ ทุกคนคงจะรู้จักนักคณิตศาสตร์ชาวกรีกชื่อปิทากอรัส
   (
Pythagoras) ซึ่งนักคณิตศาสตร์ท่านนี้ ได้วางรากฐานของวิชาคณิตศาสตร์ คือการพิสูจน์ ให้กับพวกเรา ยังมีนักคณิต
   ศาสตร์ชาวกรีกชื่อดังอีกท่าน ชื่อ ยุคลิก (
Euclid) ซึ่งท่านเป็นคนที่วางรากฐานของคำว่า ทฤษฎี (Theorem) ให้กับ
   พวกเรา แต่ชาวกรีกก็พบว่า สิ่งของบางสิ่งไม่ได้มีความยาวตรงตามตัวเลขที่มีอยู่ ซึ่งเป็นการค้นพบ เลขอตรรกยะ
   (
Irrational Number) ตัวอย่างก็คงจะเป็น รากที่ 2 ของ 2 โดยสรุปสำหรับชาวกรีกแล้ววิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึก
   ษาเกี่ยวกับตัวเลข (
Number) และ รูปร่าง (Shape)

         วิชาคณิตศาตร์ได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆจนกระทั่งช่วงเวลาประมาณกลางศตวรรษที่ 17นักคณิตศาสตร์ชาวอัง
   กฤษ ชื่อ นิวตัน (
Newton) และ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อ ลีนิส (Leibniz)ต่างได้คิดค้นวิชาแคลคูลัส (Calculus)ขึ้น
   มา ซึ่งทำให้เราสามารถศึกษาการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆได้ ทำให้เราศึกษาการเปลี่ยนแปลง การไหลของน้ำการตก ของ
   แอปเปิ้ลได้และวิชาแคลคูลัสนี้ได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงดาวในวิชาฟิสิกส์ หลังจากยุคนี้นักคณิต
   ศาสตร์ก็ศึกษาเกี่ยวกับตัวเลขรูปร่างการเคลื่อนที่ (
Motion) การเปลี่ยนแปลง (Change) และ อวกาศ (Space) ด้วยวิชา
   แคลคูลัสนี่เองที่ทำให้มนุษย์ สามารถส่งจรวดไปยังดวงจันทร์ได้ หรือ แม้กระทั่งการปล่อยให้ดาวเทียมลอยอยู่
   เหนือโลกได้
 

 


 
 

Today, there have been 10 visitors (17 hits) on this page!
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=