kj

เทคนิคการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

 
 
     เทคนิคการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 
                        


                         เราเรียนคณิตศาสตร์ไปเพื่ออะไร



เป้าหมายสูงสุดของการเรียนคณิตศาสตร์ก็คือ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการนำไปใช้เป็นพื้น ฐานการศึกษาวิชาชีพต่าง ๆ   หลายคนอาจสงสัยว่าไม่เห็นต้องเรียนคณิตศาสตร์มากนัก บวก ลบ คูณหาร จำ นวนเราก็มีเครื่องคิดเลขใช้แล้ว นับว่าเป็นความเข้าใจผิด คณิตศาสตร์มิใช่เพียงต้องให้คิดคำนวณเกี่ยวกับ ตัวเลขเท่านั้น  ในโลกยุคปัจจุบันเมื่อเราเรียนคณิตศาสตร์เราควรได้คุณสมบัติต่อไปนี้จากการเรียน
1.ความสามารถในการสำรวจ

 2. ความสามารถในการคาดเดา 

 3. ความสามารถในการให้เหตุผล

 4. ความสามารถในการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาที่ไม่เคยพบได้อย่างมีประสิทธิภาพคุณสมบัตินี้เรียกว่าศักย
 ภาพทางคณิตศาสตร์ ( Mathematical Power )ไม่ว่าเราจะมีอาชีพอะไรถ้าเรามีคุณสมบัตินี้  เรียกได้ว่าเป็นคนที่
 มีศักยภาพทางคณิตศาสตร์ 
   การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ถ้าเราถูกสอนโดยวิธีครูบอกความรู้ หรือเทคนิคลัด ๆ ให้ท่องจำ นำไปใช้โดยปราศ จากความเข้าใจ ไม่รู้ที่มา ไม่รู้เหตุผล  เราก็จะไม่ได้คุณสมบัติดังกล่าว   อะไรคือหัวใจสำคัญของคณิต ศาสตร์  เมื่อเราเรียนคณิตศาสตร์ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา เราควรได้สิ่งต่อไปนี้
          1. มีความรู้ใน คำศัพท์ บทนิยาม หลักการ ทฤษฎีบท  โครงสร้าง วิธีการ
          2. มีความเข้าใจ ในความคิดรวบยอดจนสามารถอธิบายได้ หรือเขียนได้ หรือยกตัวอย่างได้  แปลงปัญ หาจากรูปหนึ่งไปสู่รูปหนึ่งได้ ประมาณคำตอบได้ ระบุความสัมพันธ์ได้  ตรวจสอบผลที่เกิดได้
          3. มีทักษะต่าง ๆ ดังนี้  ทักษะการแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง การคิดอย่างมีเหตุผล การคิด คำนวณ  การวัด การประมาณ  การอ่านและแปลผลข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การทำนาย และการใช้คอมพิวเตอร์
          4. มีความสามารถในการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้

 
เราจะมีวิธีเรียนคณิตศาสตร์อย่างไรให้ได้ดี

      เราต้องเริ่มฝึกฝนการเป็นผู้เรียนที่ด
          1. เวลาฟังครู หรือเวลาอ่าน ต้อง คิด ถาม จด  ถ้าไม่เข้าใจควรจดคำถามไว้เพื่อคิดค้นคว้า หรือถามผู้ รู้ต่อไป
          2. หมั่นดูหนังสือหรือทำการบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ควรหามุมอ่านหรือทำการบ้านที่เหมาะสมกับตน เอง
          3. จัดเวลาสำหรับทบทวนสิ่งที่เรียนมา หรืออ่านล่วงหน้าสิ่งที่จะเรียนต่อไป และถ้าปฏิบัติตามที่กำหนด ได้ควรให้ รางวัลตัวเอง เช่น ได้ขนม ได้เล่น ได้ฟังเพลง ดูทีวี ได้เล่นกีฬา เป็นต้น ถ้าทำไม่ได้ตาม  กำหนดควร หาเวลาชดเชย
          4. ทบทวนความรู้กับเพื่อน อย่าหวงวิชา แบ่งปันความรู้อธิบายให้กันและกัน อย่าช่วยเหลือเพื่อนในทาง ที่ผิด เช่น ทุจริตเวลาสอบ หรือให้ลอกงานโดยไม่เข้าใจ
          5. ศึกษาด้วยตนเอง มิใช่ต้องเรียนจากครูเพียงอย่างเดียว การศึกษาด้วยตนเองจากตำราหลายๆ เล่ม ต้องทำ ความเข้าใจจดสาระสำคัญต่าง ๆ ลงในโน้ตย่อ จดสิ่งที่ไม่เข้าใจไว้ค้นคว้าต่อไปถ้าต้องการเชี่ยวชาญ คณิตศาสตร์ ต้องหมั่นหาโจทย์แปลกใหม่มาทำมาก ๆ เช่นโจทย์แข่งขันเป็นต้น 

  ทำอย่างไรเราจะจำได้ดี

          เราต้องเรียนด้วยความเข้าใจเสียก่อน จากนั้นเรา ต้องหมั่นทบทวน   ก่อนอื่นเราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับ
การจำการลืมก่อน จากการศึกษาของนักจิตวิทยาเกี่ยว กับการจำการลืมของมนุษย์พบว่า คนเรามีอัตราการจำ
หรือลืมดังกราฟข้างล่างนี้

 

 


จากการทดลองของนักจิตวิทยา พบว่าเมื่อเวลาผ่านไป หนึ่งวัน เราจะจำเรื่องราวที่ตนอ่านไปได้ประมาณครึ่ง
หนึ่ง
 และลดลงไปอีกครึ่งหนึ่งของที่เหลือทุก  7 วัน   จนในที่สุดจะนึกไม่ออกเลย
           การที่จะให้สิ่งที่เรียนมาไปอยู่ติดตัวเราได้มาก ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราควรกลับไปทบทวนทันทีที่เรา
เรียนในแต่ละวัน จากนั้นเราทิ้งช่วงไปทบทวนรวบยอด ในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ เพื่อมิให้เกิน
7 วัน จากนั้นเรา
ทิ้งช่วงเป็น
2 สัปดาห์ควรทวนอีกครั้ง และเมื่อผ่านไป 1 เดือนควรทบเรารวบยอดทวนอีกครั้งตอนสอบกลาง เทอม อย่าลืมว่าความรู้ใหม่ที่เรารับเข้าไปในแต่ละวัน จะมีพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ เราควรทำโน้ตย่อสาระสำคัญ
รวบรวมบทนิยาม สูตร กฎ และวิธีการ
  เราทบทวนจาก โน้ตย่อจะช่วยให้เราเสียเวลาทบทวนน้อยลง

    ทำไมเด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์

มีหลายสาเหตุ บางคนไม่ชอบเพราะไม่ถนัด มันยากเกินไป ไม่ชอบคิด พวกนี้ไม่ค่อยจะประสบผล
สำเร็จในการทำแบบฝึกหัด
  มักทำไม่ได้หรือทำผิด บ่อย ๆ จึงท้อแท้ เบื่อหน่าย และเกลียดในที่สุด  บาง
คนไม่ชอบเพราะครูสอนไม่เข้าใจ สอนไม่สนุก ครูดุ จู้จี้ขี้บ่น ให้การบ้านเยอะ

          ทางแก้อยู่ที่ครูจะต้องสำรวจว่าเด็กไม่ชอบ คณิตศาสตร์เพราะอะไร ครูต้องปรับปรุงการสอนทำ
ของยากให้เป็นของง่าย ทำของน่าเบื่อหน่ายให้น่า สนุก และควรปรับปรุงบุคลิกให้ไม่ดุจนเกินไป ไม่เจ้า
ระเบียบมากจนเกินเหตุ การบ้านก็มีแต่พอควร เลือก ให้เด็กทำสิ่งที่สำคัญและจำเป็นก่อน
 
         
ถ้าเราเลือกครูไม่ได้ บังเอิญเราต้องเรียนกับครู ที่สอนไม่รู้เรื่อง สอนไม่สนุก ดุ จู้จี้ขี้บ่น   เราต้องหาตำ
ราหลาย ๆ เล่มมาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
เมื่อไม่เข้าใจ ให้ปรึกษาผู้รู้ ถามกันอธิบายกันในหมู่เพื่อน ๆ เราอดทน
ในที่สุดเราจะพบว่า เราเป็นคนเก่งคนหนึ่ง

 
 
 
Today, there have been 2 visitors (10 hits) on this page!
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=